Posted on

Reduce Reuse Recycle ช่วยโลกเราได้

ลด (Reduce): การลดการใช้ทรัพยากรและการผลิตขยะตั้งแต่ต้น เช่น การเลือกซื้อสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์น้อยลง หรือการใช้สินค้าที่สามารถใช้ซ้ำได้

ใช้ซ้ำ (Reuse): การนำของที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ เช่น การใช้กระบอกน้ำส่วนตัวแทนการซื้อขวดพลาสติก หรือการนำบรรจุภัณฑ์ที่สามารถใช้ใหม่มาใช้ในกิจกรรมอื่น ๆ

รีไซเคิล (Recycle): การแยกและนำวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น การรีไซเคิลกระดาษ แก้ว หรือพลาสติก

Posted on

มาทำความรู้จักกับประเภทของพลาสติก หมายเลข 7 OTHER

7. Other (พลาสติกอื่น ๆ)

พลาสติกที่ไม่ได้อยู่ใน 6 ประเภทข้างต้น แต่สามารถนำมาใช้ซ้ำได้ ตัวอย่างพลาสติกในกลุ่มนี้ ได้แก่ โพลีคาร์บอเนต (PC), ไบโอพลาสติก, ไนลอน (PA) เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีพลาสติกอีกประเภท คือ ABS (Acrylonitrile Butadiene Styrene) ซึ่งอาจจัดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกับพลาสติกประเภทอื่น ๆ หรือให้อยู่ในกลุ่มแยกเฉพาะโดยใช้ตัวอักษร “ABS” แทนตัวเลข โดยในประเทศไทยระบุให้ ABS อยู่ในกลุ่มของพลาสติกประเภทที่ 7 หรือประเภทอื่น ๆ

คุณสมบัติของพลาสติกอื่น ๆ

มีความแข็งแรง ทนความร้อน ทนต่อแรงกระแทกและการกัดกร่อนได้เป็นอย่างดี มักนำมาผลิตเป็น ปากกา ขวดนมเด็ก หมวกนิรภัย ไฟจราจร ป้ายโฆษณา เป็นต้น แต่พลาสติกประเภทนี้มีโครงสร้างโมเลกุลที่ซับซ้อน ส่งผลให้การรีไซเคิลทำได้ยาก อย่างไรก็ตาม พลาสติกบางชนิดยังสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ขึ้นอยู่กับชนิดและเทคโนโลยีที่ใช้ในการรีไซเคิล

Posted on

มาทำความรู้จักกับประเภทของพลาสติก หมายเลข 6 PS

6. PS : Polystyrene (พอลิสไตรีน)

คุณสมบัติของ PS

น้ำหนักเบา สามารถหลอมเป็นของเหลวได้ ขึ้นรูปได้ง่าย ลักษณะแข็ง ผิวมันวาว กันน้ำ ทนแรงกระแทกได้สูง อีกทั้งยังมีราคาประหยัด แต่มีข้อจำกัดคือเปราะแตกได้ง่าย ไม่ทนความร้อน และเป็นหนึ่งในพลาสติก 7 ประเภทที่ติดไฟง่าย มักนำมาผลิตเป็นภาชนะโฟม ช้อนส้อมพลาสติก ฝาปิดแก้วกาแฟ บรรจุภัณฑ์กันกระแทก แผ่นโฟมฝึกว่ายน้ำ กล่องซีดี ฉนวนกันความร้อน เป็นต้น

Posted on

มาทำความรู้จักกับประเภทของพลาสติก หมายเลข 5 PP

5. PP : Polypropylene (พอลิพรอพิลีน)

คุณสมบัติของ PP

มีน้ำหนักเบาที่สุดในพลาสติก 7 ประเภท ขึ้นรูปได้ง่าย ทนความร้อนและความเย็นได้เป็นอย่างดี ทนต่อสารเคมี ไม่ทิ้งสารตกค้างเมื่อสัมผัสกับอาหาร และทนต่อแรงกระแทก ไม่แตกหักหรือฉีกขาดง่าย มักใช้ผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์อาหารอย่าง ถุงร้อน กล่องใส่อาหาร ถ้วยโยเกิร์ต ถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แก้วพลาสติก และจาน-ชามพลาสติก

Posted on

มาทำความรู้จักกับประเภทของพลาสติก หมายเลข 4 LDPE

4. LDPE : Low-density Polyethylene (พอลิเอทิลีนความหนาแน่นต่ำ)

คุณสมบัติของ LDPE

โปร่งใส น้ำหนักเบา มีความลื่นมันในตัว เหนียวและยืดหยุ่นได้ดี ทนต่อการฉีกขาด และไม่เปราะแตกง่าย ทนต่อสารเคมีบางประเภท สามารถกันน้ำรั่วซึมได้ดีเยี่ยม แต่มีข้อจำกัดคือไม่สามารถป้องกันการซึมผ่านของไขมันได้ และไม่ทนต่อความร้อน เหมาะกับการผลิตถุงพลาสติกหูหิ้ว หรือที่เรานิยมเรียกกันว่า ถุงก๊อบแก๊บ, พลาสติกห่อแพ็กขวดน้ำ, แผ่นฟิล์มแรปอาหาร, ขวดพลาสติกชนิดบีบได้, ฝาขวดน้ำ เป็นต้น

Posted on

มาทำความรู้จักกับประเภทของพลาสติก หมายเลข 3 PVC


3. PVC : Polyvinyl Chloride (พอลิไวนิลคลอไรด์)

คุณสมบัติของ PVC

มีน้ำหนักเบา แข็งแรง เป็นฉนวนไฟฟ้า ทนต่อสภาพอากาศได้ดี ทำให้เกิดการออกซิเดชันหรือเสื่อมสภาพได้ยาก มีข้อจำกัดคือมีความเปราะ สามารถแตกหักได้จากการกระแทกหรือแรงดันสูง แต่สามารถเติมสารเสริมสภาพพลาสติก (Plasticizers) เพื่อช่วยเสริมความยืดหยุ่น เหมาะกับการนำมาทำเป็นวัสดุก่อสร้าง อาทิ ท่อร้อยสายไฟ ฉนวนหุ้มสายไฟ ท่อประปา สายยาง รวมถึงนำมาทำหนังเทียมสำหรับทำกระเป๋าและเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ

Posted on

มาทำความรู้จักกับประเภทของพลาสติก หมายเลข 2 HDPE

2. HDPE: High-density Polyethylene (พอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง)

คุณสมบัติของ HDPE

มีความแข็งแรง ทนทาน เหนียวและยืดหยุ่น ไม่เปราะแตกง่าย สามารถทนต่อแรงกระแทกได้ดี เนื้อพลาสติกมีสีขาวขุ่น และสามารถเพิ่มสีสันได้ระหว่างการผลิต อีกทั้งยังทนต่อการกัดกร่อนของกรดและเบสได้ดีที่สุดในพลาสติก 7 ประเภท จึงเหมาะกับการผลิตขวดบรรจุภัณฑ์สารเคมีต่าง ๆ เช่น ขวดน้ำยาล้างห้องน้ำ ขวดแชมพู ขวดน้ำยาซักผ้า ขวดน้ำมันเครื่อง หรือบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารอย่างขวดนมและกระปุกยา

Posted on

มาทำความรู้จักกับประเภทของพลาสติก หมายเลข 1 PET

1. PET/PETE : Polyethylene Terephthalate (พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต)

คุณสมบัติของ PET/PETE

เนื้อพลาสติกมีความเหนียว ทนทาน ตกไม่แตก ยืดหยุ่นได้ดี โปร่งใส สามารถมองเห็นทะลุได้ ป้องกันการรั่วซึมของก๊าซและไม่เป็นพิษ เพราะมีเนื้อโมเลกุลสูง ทำให้เกิดการระเหยหรือปนเปื้อนยากกว่าพลาสติกแบบอื่น ๆ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับบรรจุภัณฑ์ของเหลว อาทิ ขวดน้ำดื่ม ขวดน้ำอัดลม ขวดน้ำมันพืช ขวดน้ำส้มสายชู ซึ่งเราคุ้นเคยกันดีในชื่อ “ขวด PET” ตามชื่อของพลาสติกชนิดนี้

Posted on

พลาสติก Food Grade มีตัวไหนบ้าง

พลาสติกฟู้ดเกรด (Food Grade) คือ พลาสติกที่มีความปลอดภัยเมื่อนำมาใช้บรรจุ หรือสัมผัสกับอาหาร ไม่ทิ้งสารตกค้างเมื่อสัมผัสกับอาหาร ซึ่งการสังเกตว่าพลาสติกชนิดไหนเป็น พลาสติกฟู้ดเกรด (Food Grade) นั้น สามารถดูได้จาก ตราสัญลักษณ์ Food Safe ที่เป็นไอคอนรูปแก้วไวน์กับส้อม นั่นเอง

Posted on

วันนี้เรามาทำความเข้าใจกับ อันตรายจากขยะพลาสติกกันนะคะ

พลาสติก เป็นวัสดุที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่การดำรงชีวิตประจำวัน ตื่นนอน ของกิน ของใช้ ตลอดจนการทำงานจึงทำให้พลาสติกเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว และไม่สามารถย่อยสลายได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการเผาขยะพลาสติก ยิ่งอันตราย ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน เกิดสารพิษปนเปื้อนในอากาศ ในแหล่งน้ำ ดิน เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต ปัจจุบันจึงมีการรณรงค์ให้ใช้วัสดุจากธรรมชาติแทนพลาสติก และรณรงค์ให้ทุกคนเห็นความสำคัญของการแยกและกำจัดขยะให้ถูกวิธี เพื่อลดจำนวนขยะ และเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน เรามาเริ่มจากสิ่งใกล้ตัวกันนะคะ เริ่มจากการทิ้งขยะให้ถูกประเภท